Margin Call และ Stop Out - ทำไมออเดอร์ถึงโดนปิดเอง
Margin Level = Equity ÷ Margin ที่ใช้ × 100% เมื่อขาดทุนจน Margin Level ลดลงถึงระดับที่โบรกเกอร์กำหนด (มักอยู่ที่ 100%) จะมี Margin Call เตือน ถ้าลดต่อถึงระดับ Stop Out (มักอยู่ระหว่าง 20-50%) ระบบจะปิดออเดอร์ให้เอง เพื่อไม่ให้เงินติดลบ
คำศัพท์ 4 ตัวที่ต้องรู้
| คำศัพท์ | หมายถึง |
|---|---|
| Balance | เงินในบัญชี ไม่นับออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ |
| Equity | Balance + กำไรหรือขาดทุนของออเดอร์ที่เปิดอยู่ |
| Margin | เงินค้ำประกันที่โบรกเกอร์กันไว้สำหรับออเดอร์ที่เปิด |
| Free Margin | Equity − Margin = เงินที่ยังเหลือให้เปิดออเดอร์ใหม่ |
Margin Level = Equity ÷ Margin × 100%
ตัวอย่าง: lot ใหญ่เกิน
เงินทุน 500 ดอลลาร์ leverage 1:100 เปิด Buy 0.10 lot ที่ 4,000 (ใช้ margin ประมาณ 400 ดอลลาร์) สมมติโบรกเกอร์ตั้ง Margin Call 100% และ Stop Out 50%
| ราคาทอง | ขาดทุน | Equity | Margin Level | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| 4,000 | 0 | $500 | 125% | ปกติ |
| 3,990 | −$100 | $400 | 100% | Margin Call |
| 3,970 | −$300 | $200 | 50% | Stop Out ปิดออเดอร์ |
ราคาลงแค่ 30 ดอลลาร์ ซึ่งเกิดได้ในวันเดียว บัญชีก็เสียไป 60%
ถ้าเปิด lot ที่เหมาะสม
เงินทุนเท่าเดิม 500 ดอลลาร์ แต่เปิด 0.01 lot (ใช้ margin ประมาณ 40 ดอลลาร์) และตั้ง Stop Loss 10 ดอลลาร์
- Margin Level เริ่มต้นประมาณ 1,250%
- ถ้าโดน Stop Loss เสียแค่ 10 ดอลลาร์ (2% ของเงินทุน)
- ต้องให้ราคาลงมากกว่า 400 ดอลลาร์ถึงจะโดน Stop Out ซึ่งเกิดยากมาก
สิ่งที่ควรจำ
- Stop Out ไม่ใช่ Stop Loss แต่คือการปิดแบบบังคับตอนเงินเกือบหมดแล้ว
- ระดับ Margin Call และ Stop Out แต่ละโบรกเกอร์ไม่เหมือนกัน ให้เช็คบนเว็บของโบรกเกอร์
- การฝากเงินเพิ่มเพื่อหนี Stop Out มักทำให้เสียมากขึ้น
- ใช้ เครื่องคำนวณ lot และ กฎ 1-2% ทุกครั้ง
ถาม-ตอบท้ายบท
Margin Call กับ Stop Out ต่างกันยังไง?
Margin Call คือการเตือนว่าเงินค้ำประกันเหลือน้อย Stop Out คือการที่ระบบปิดออเดอร์ให้เอง เริ่มจากออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุด
ทำยังไงไม่ให้โดน Stop Out?
เปิด lot ให้เล็กเมื่อเทียบกับเงินทุน ตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์ และเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์ ถ้าทำแบบนี้ Stop Loss จะปิดออเดอร์ก่อน Stop Out เสมอ