ประเภทออเดอร์ - Buy, Sell, Limit, Stop, Stop Loss และ Take Profit
ออเดอร์มี 2 แบบ แบบเปิดทันที (Market) คือ Buy และ Sell แบบตั้งรอ (Pending) มี 4 อย่าง คือ Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop และ Sell Stop ทุกออเดอร์ควรมี Stop Loss และ Take Profit
ออเดอร์ 2 แบบ
1. ออเดอร์เปิดทันที (Market order) เข้าตลาดด้วยราคาปัจจุบัน
- Buy = ซื้อ คาดว่าราคาจะขึ้น
- Sell = ขาย คาดว่าราคาจะลง
2. ออเดอร์ตั้งรอ (Pending order) ระบบจะเปิดให้เองเมื่อราคามาถึงจุดที่ตั้งไว้
Pending order 4 อย่าง
สมมติราคาทองปัจจุบัน 4,000
| ออเดอร์ | ตั้งตรงไหน | ใช้เมื่อคิดว่า |
|---|---|---|
| Buy Limit | ต่ำกว่า เช่น 3,985 | ราคาจะย่อลงมาก่อนแล้วขึ้นต่อ |
| Sell Limit | สูงกว่า เช่น 4,015 | ราคาจะเด้งขึ้นไปก่อนแล้วลงต่อ |
| Buy Stop | สูงกว่า เช่น 4,015 | ถ้าทะลุ 4,015 ได้จะขึ้นแรงต่อ |
| Sell Stop | ต่ำกว่า เช่น 3,985 | ถ้าหลุด 3,985 จะลงแรงต่อ |
จำง่าย ๆ Limit = รอราคาดีกว่า Stop = รอให้ราคาทะลุก่อน
Stop Loss และ Take Profit
- Stop Loss (SL): จุดปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อขาดทุน เพื่อจำกัดความเสียหาย
- Take Profit (TP): จุดปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อกำไรถึงเป้า
ตัวอย่าง: Buy ที่ 4,000 ตั้ง SL 3,990 และ TP 4,020 ถ้าโดน TP ได้ 20 ดอลลาร์ต่อ 0.01 lot ถ้าโดน SL เสีย 10 ดอลลาร์ อัตราส่วนนี้เรียกว่า Risk:Reward 1:2
ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้
- Spread: Buy เปิดที่ราคา Ask (สูงกว่า) และปิดที่ Bid (ต่ำกว่า) เปิดออเดอร์ปุ๊บจะเห็นติดลบนิดหนึ่งทันที Spread มักกว้างขึ้นตอนมีข่าวแรงและตอนตลาดเปิด-ปิด
- Swap: ค่าธรรมเนียม (หรือเงินที่ได้รับ) เมื่อถือออเดอร์ข้ามคืน ทองส่วนใหญ่ swap ติดลบทั้งฝั่ง Buy และ Sell ขึ้นกับโบรกเกอร์
ฝึกในบัญชีทดลอง
ลองตั้ง pending order ทั้ง 4 อย่างใน บัญชีทดลอง แล้วดูว่าระบบเปิดให้ตอนไหน เข้าใจแล้วไปลอง เปิดออเดอร์แรกทีละขั้น ต่อ
ถาม-ตอบท้ายบท
Buy Limit กับ Buy Stop ต่างกันยังไง?
Buy Limit ตั้ง "ต่ำกว่า" ราคาปัจจุบัน รอซื้อตอนราคาย่อลง Buy Stop ตั้ง "สูงกว่า" ราคาปัจจุบัน รอซื้อตอนราคาทะลุขึ้น
Spread คืออะไร?
คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) เปิดออเดอร์ปุ๊บจะติดลบเท่ากับ spread ทันที