Rich Road Academy
XAUUSD = ราคาทอง 1 ออนซ์เป็นดอลลาร์1 lot = 100 ออนซ์0.01 lot: ราคาขยับ $1 = ±$1เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์

คำศัพท์การเทรด

คำศัพท์การเทรดทองและ Forex 46 คำที่มือใหม่ต้องรู้ อธิบายสั้นๆ เข้าใจง่าย พร้อมลิงก์ไปบทเรียนที่อธิบายละเอียด

Backtest / Trading Journal
Backtest คือทดสอบกฎเทรดกับกราฟในอดีต Journal คือบันทึกทุกออเดอร์เพื่อปรับปรุง อ่านบทเรียน →
Balance / Equity
Balance คือเงินในบัญชีไม่นับออเดอร์ที่เปิดอยู่ Equity คือเงินรวมกำไรขาดทุนของออเดอร์ที่เปิดอยู่ อ่านบทเรียน →
Bid / Ask
Bid คือราคาที่ขายได้ Ask คือราคาที่ซื้อได้ Ask สูงกว่า Bid เสมอ อ่านบทเรียน →
Breakout / Fake Breakout / Retest
Breakout คือราคาปิดทะลุโซน Fake breakout คือทะลุหลอกแล้วกลับเข้ามา Retest คือราคากลับมาทดสอบโซนที่ทะลุแล้ว อ่านบทเรียน →
Broker
บริษัทที่ให้บริการบัญชีเทรด ควรตรวจใบอนุญาต และลองถอนเงินก่อนฝากเยอะ อ่านบทเรียน →
Buy (Long) / Sell (Short)
Buy คือซื้อ คาดว่าราคาจะขึ้น Sell คือขาย คาดว่าราคาจะลง เทรดทองทำกำไรได้ทั้งสองทาง อ่านบทเรียน →
Candlestick
แท่งเทียนบอกราคา 4 จุด คือ เปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด ใน 1 ช่วงเวลา อ่านบทเรียน →
Cent Account
บัญชีที่แสดงยอดเงินเป็นเซนต์ ใช้เทรดขนาดเล็กมาก เหมาะกับการเริ่มเงินจริงด้วยความเสี่ยงต่ำ อ่านบทเรียน →
Chart Pattern
รูปแบบกราฟที่เกิดซ้ำๆ เช่น Double Top หัวและไหล่ สามเหลี่ยม และธง อ่านบทเรียน →
Demo Account
บัญชีทดลองด้วยเงินสมมติ ราคาเหมือนตลาดจริง ควรฝึกในบัญชีนี้ก่อนใช้เงินจริง อ่านบทเรียน →
Divergence
ราคากับอินดิเคเตอร์ไปคนละทาง เป็นสัญญาณเตือนว่าเทรนด์เริ่มหมดแรง อ่านบทเรียน →
Drawdown
เงินทุนลดลงจากจุดสูงสุดเท่าไหร่ เป็นเปอร์เซ็นต์ Max Drawdown คือลดลงมากที่สุดที่เคยเกิด อ่านบทเรียน →
DXY
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก DXY ขึ้น ทองมักลง อ่านบทเรียน →
EA / Copy Trade
EA คือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ Copy Trade คือให้บัญชีทำตามออเดอร์ของคนอื่น อ่านบทเรียน →
Fibonacci Retracement
เครื่องมือหาจุดที่ราคามักย่อตัว เช่น 38.2%, 50% และ 61.8% อ่านบทเรียน →
Free Margin
Equity ลบ Margin ที่ใช้อยู่ คือเงินที่ยังเปิดออเดอร์เพิ่มได้ หรือรับการขาดทุนได้ อ่านบทเรียน →
Hedging
เปิด Buy และ Sell พร้อมกันเพื่อล็อกผลชั่วคราว ไม่ได้แก้การขาดทุน และมักเสีย spread และ swap สองต่อ
Leverage
อัตราทด เช่น 1:100 ทำให้ใช้เงินค้ำประกันน้อยลง แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยงต่อการขยับของราคา อ่านบทเรียน →
Liquidity
สภาพคล่อง หรือบริเวณที่มีออเดอร์และ Stop Loss รวมกันเยอะ เช่น เหนือจุดสูงที่เห็นชัด อ่านบทเรียน →
Lot
ขนาดออเดอร์ ทอง 1 lot = 100 ออนซ์ ที่ 0.01 lot ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ กำไรหรือขาดทุน 1 ดอลลาร์ อ่านบทเรียน →
MACD
อินดิเคเตอร์จาก EMA 12 และ 26 พร้อมเส้น Signal 9 บอกทิศทางและแรงของเทรนด์ อ่านบทเรียน →
Margin
เงินค้ำประกันที่ระบบกันไว้ตอนเปิดออเดอร์ ทอง 0.01 lot ที่ 4,000 leverage 1:100 ใช้ margin ประมาณ 40 ดอลลาร์ อ่านบทเรียน →
Margin Call / Stop Out
Margin Call คือการเตือนเมื่อ Margin Level ต่ำ (มัก 100%) Stop Out คือระบบปิดออเดอร์ให้เอง (มัก 50% หรือต่ำกว่า แล้วแต่โบรกเกอร์) อ่านบทเรียน →
Margin Level
Equity ÷ Margin × 100% ยิ่งต่ำ ยิ่งใกล้โดนปิดออเดอร์ อ่านบทเรียน →
Martingale / Grid
ระบบเพิ่ม lot เมื่อเสีย หรือเปิดออเดอร์เพิ่มเป็นขั้นๆ โดยไม่มี Stop Loss เสี่ยงล้างพอร์ตสูง อ่านบทเรียน →
Moving Average (SMA / EMA)
เส้นราคาเฉลี่ยย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม EMA ตอบสนองเร็วกว่า SMA อ่านบทเรียน →
NFP / CPI / FOMC
ข่าวสหรัฐที่ทำให้ทองวิ่งแรง: การจ้างงาน (NFP) เงินเฟ้อ (CPI) และการประชุมดอกเบี้ยของ Fed (FOMC) อ่านบทเรียน →
Pending Order
ออเดอร์ตั้งรอ มี Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop และ Sell Stop ระบบเปิดให้เมื่อราคามาถึง อ่านบทเรียน →
Pip / Point
หน่วยวัดการขยับของราคา สำหรับทอง 1 point = 0.01 และ 1 pip = 0.10 (10 point) อ่านบทเรียน →
Risk:Reward (R:R)
อัตราส่วนเงินที่เสี่ยงเทียบกับกำไรเป้าหมาย เช่น เสี่ยง $10 เพื่อได้ $20 = 1:2 อ่านบทเรียน →
RSI
อินดิเคเตอร์วัดแรงราคา 0-100 เหนือ 70 overbought ใต้ 30 oversold อ่านบทเรียน →
Safe Haven
สินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนมักย้ายเงินไปหาตอนตลาดกลัว เช่น ทองคำ อ่านบทเรียน →
Scalping / Day Trade / Swing
สไตล์การเทรดตามระยะถือออเดอร์ เป็นนาที ภายในวัน และหลายวัน อ่านบทเรียน →
Sideway / Range
ตลาดไซด์เวย์ ราคาแกว่งอยู่ในกรอบ ไม่มีเทรนด์ชัดเจน
Slippage
ออเดอร์ถูกเปิดหรือปิดที่ราคาต่างจากที่ตั้งไว้ มักเกิดตอนราคาวิ่งเร็ว เช่น ตอนข่าวออก
SMC (BOS, CHoCH, Order Block, FVG)
Smart Money Concept แนวคิดอ่านกราฟจากโครงสร้างตลาด และบริเวณที่เงินก้อนใหญ่อาจเข้าออก อ่านบทเรียน →
Spread
ส่วนต่างระหว่าง Ask กับ Bid เป็นต้นทุนแรกของทุกออเดอร์ มักกว้างขึ้นตอนมีข่าวแรง อ่านบทเรียน →
Stop Loss (SL)
จุดปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อขาดทุน เพื่อจำกัดความเสียหาย ควรตั้งทุกออเดอร์ อ่านบทเรียน →
Support / Resistance
แนวรับคือบริเวณที่ราคามักเด้งขึ้น แนวต้านคือบริเวณที่ราคามักถูกกดลง อ่านบทเรียน →
Swap
ค่าธรรมเนียมหรือเงินที่ได้รับ เมื่อถือออเดอร์ข้ามคืน ทองส่วนใหญ่เป็นลบ อ่านบทเรียน →
Take Profit (TP)
จุดปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อได้กำไรตามเป้า อ่านบทเรียน →
Timeframe
ระยะเวลาของแท่งเทียน 1 แท่ง เช่น M15 = 15 นาที H1 = 1 ชั่วโมง D1 = 1 วัน อ่านบทเรียน →
Trend (HH, HL, LH, LL)
แนวโน้ม ขาขึ้นจุดสูง (HH) และจุดต่ำ (HL) สูงขึ้นเรื่อยๆ ขาลงตรงข้ามกัน อ่านบทเรียน →
Volatility
ความผันผวน หรือราคาขยับแรงและเร็วแค่ไหน ทองผันผวนสูงสุดช่วงลอนดอน-นิวยอร์ก และตอนข่าว
Win Rate / Expectancy
Win Rate คือเปอร์เซ็นต์ออเดอร์ที่ชนะ Expectancy คือกำไรขาดทุนเฉลี่ยต่อออเดอร์ ถ้าเป็นบวกระบบมีกำไรระยะยาว อ่านบทเรียน →
XAUUSD
สัญลักษณ์ของทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ราคา 4,000 หมายถึงทอง 1 ออนซ์ราคา 4,000 ดอลลาร์ อ่านบทเรียน →

อยากเรียนกับเรา?

ทักหาเราทาง Facebook Messenger เพื่อสอบถามรายละเอียดกลุ่มเรียน

ทัก Messenger